การติดตามผล
แนะนำให้ประเมินการควบคุม BP อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ดีเพียงใด ทบทวนความจำเป็นในการปรับพฤติกรรมสุขภาพหรือแผนการรักษา รวมถึงประเมิน HMOD และปัจจัยเสี่ยงที่ควรได้รับการแก้ไข
ในช่วง 3 เดือนแรกหลังเริ่มการรักษา ควรนัดผู้ป่วยมาติดตามที่สถานพยาบาลเดือนละครั้งหรือบ่อยกว่านั้น โดยพิจารณาจากระยะของภาวะความดันโลหิตสูง ระดับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ประวัติการควบคุม BP ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ควบคุม BP ได้ยาก
เมื่อสามารถควบคุม BP ได้ดีและค่าคงที่แล้ว อาจนัดติดตามปีละครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง หรือควบคุม BP ได้ยาก ควรติดตามบ่อยขึ้น เช่น ทุก 3 เดือนในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และทุก 6 เดือนในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับผู้ที่มี HMOD อยู่เดิม ควรติดตามอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่มี HMOD อาจนัดติดตามในระยะที่ห่างขึ้น เช่น ทุก 3 ปี
การติดตามแต่ละครั้งควรทบทวนประวัติสุขภาพของผู้ป่วย รวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษา ตรวจร่างกาย และวัด BP ตามมาตรฐาน ส่วนความถี่ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการควรพิจารณาตามภาวะทางคลินิกและระดับความเสี่ยงของผู้ป่วย เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำอาจตรวจเลือดและ ECG ปีละครั้ง
ในช่วง 3 เดือนแรกหลังเริ่มการรักษา ควรนัดผู้ป่วยมาติดตามที่สถานพยาบาลเดือนละครั้งหรือบ่อยกว่านั้น โดยพิจารณาจากระยะของภาวะความดันโลหิตสูง ระดับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ประวัติการควบคุม BP ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ควบคุม BP ได้ยาก
เมื่อสามารถควบคุม BP ได้ดีและค่าคงที่แล้ว อาจนัดติดตามปีละครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง หรือควบคุม BP ได้ยาก ควรติดตามบ่อยขึ้น เช่น ทุก 3 เดือนในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และทุก 6 เดือนในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับผู้ที่มี HMOD อยู่เดิม ควรติดตามอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่มี HMOD อาจนัดติดตามในระยะที่ห่างขึ้น เช่น ทุก 3 ปี
การติดตามแต่ละครั้งควรทบทวนประวัติสุขภาพของผู้ป่วย รวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษา ตรวจร่างกาย และวัด BP ตามมาตรฐาน ส่วนความถี่ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการควรพิจารณาตามภาวะทางคลินิกและระดับความเสี่ยงของผู้ป่วย เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำอาจตรวจเลือดและ ECG ปีละครั้ง
