ภาพรวม
หัวข้อ ‘บทนำ’ ได้กล่าวถึง แผลปริขอบทวารหนัก (anal fissure) เป็นรอยฉีกขาดเป็นแนวยาวภายใน anal canal ซึ่งมักทอดยาวจาก dentate line ไปจนถึงขอบทวารหนัก (anal verge)
แผลปริขอบทวารหนักพบได้บ่อยในผู้ใหญ่ที่มีอายุน้อยและวัยกลางคน โดยมีอุบัติการณ์สูงสุดในช่วงอายุ 15-40 ปี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความชุกของโรค สามารถศึกษาได้ในหัวข้อ ‘ระบาดวิทยา’
ดังที่ระบุไว้ในหัวข้อ ‘พยาธิสรีรวิทยา’ แผลปริขอบทวารหนักมักเริ่มต้นที่ anoderm และกระตุ้นให้เกิดวงจรของอาการปวดและเลือดออก ซึ่งส่งผลให้แผลมีการดำเนินโรคเรื้อรังในผู้ป่วยประมาณ 40%
หัวข้อ ‘สาเหตุการเกิดโรค’ กล่าวถึงสาเหตุที่พบบ่อยของแผลปริขอบทวารหนัก ได้แก่ การขับถ่ายอุจจาระแข็ง อาการท้องเสียอย่างรุนแรงและฉับพลัน การคลอดบุตรทางช่องคลอด การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก และการผ่าตัดบริเวณทวารหนักและทวารหนักส่วนปลาย
หัวข้อ ‘การจำแนกโรค’ แบ่งแผลปริขอบทวารหนักเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่เป็นโรคและลักษณะทางคลินิก
Anal Fissure_Disease Summary
แผลปริขอบทวารหนักพบได้บ่อยในผู้ใหญ่ที่มีอายุน้อยและวัยกลางคน โดยมีอุบัติการณ์สูงสุดในช่วงอายุ 15-40 ปี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความชุกของโรค สามารถศึกษาได้ในหัวข้อ ‘ระบาดวิทยา’
ดังที่ระบุไว้ในหัวข้อ ‘พยาธิสรีรวิทยา’ แผลปริขอบทวารหนักมักเริ่มต้นที่ anoderm และกระตุ้นให้เกิดวงจรของอาการปวดและเลือดออก ซึ่งส่งผลให้แผลมีการดำเนินโรคเรื้อรังในผู้ป่วยประมาณ 40%
หัวข้อ ‘สาเหตุการเกิดโรค’ กล่าวถึงสาเหตุที่พบบ่อยของแผลปริขอบทวารหนัก ได้แก่ การขับถ่ายอุจจาระแข็ง อาการท้องเสียอย่างรุนแรงและฉับพลัน การคลอดบุตรทางช่องคลอด การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก และการผ่าตัดบริเวณทวารหนักและทวารหนักส่วนปลาย
หัวข้อ ‘การจำแนกโรค’ แบ่งแผลปริขอบทวารหนักเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่เป็นโรคและลักษณะทางคลินิก
Anal Fissure_Disease Summaryการซักประวัติและการตรวจร่างกาย
หัวข้อ ‘การซักประวัติ’ กล่าวถึงอาการที่พบบ่อยของแผลปริขอบทวารหนัก เช่น อาการปวดบริเวณทวารหนัก ซึ่งมักมีอาการแม้ในขณะพัก และจะปวดรุนแรงขณะขับถ่าย โดยผู้ป่วยมักบรรยายลักษณะการขับถ่ายว่าเหมือนมีดโกนบาดขณะถ่ายอุจจาระ
หัวข้อ ‘การตรวจร่างกาย’ อธิบายลักษณะที่ตรวจพบจากการตรวจร่างกายซึ่งช่วยยืนยันการวินิจฉัย
หัวข้อ ‘การตรวจร่างกาย’ อธิบายลักษณะที่ตรวจพบจากการตรวจร่างกายซึ่งช่วยยืนยันการวินิจฉัย
การวินิจฉัย
ภาวะอื่น ๆ ที่ควรแยกออกในการวินิจฉัยแผลปริขอบทวารหนัก ระบุไว้ในหัวข้อ ‘การวินิจฉัยแยกโรค’
การจัดการและการรักษา
หัวข้อ ‘การประเมินโรค’ กล่าวถึงการตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่สามารถทำได้ในกรณีที่ไม่สามารถมองเห็นแผลปริขอบทวารหนักได้อย่างชัดเจน
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘หลักการรักษา’ การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกับการรักษาด้วยยาเป็นแนวทางการรักษาเบื้องต้นสำหรับแผลปริขอบทวารหนัก โดยหัวข้อนี้ยังกล่าวถึงเป้าหมายของการรักษาด้วย
หัวข้อ ‘การรักษาด้วยยา’ กล่าวถึงรายละเอียดของยาที่ใช้เป็นการรักษาแนวทางแรกและแนวทางที่สอง ได้แก่ ยากลุ่ม calcium antagonists, nitrates, การฉีด botulinum toxin, ยากลุ่ม muscarinic agonists และยากลุ่ม adrenergic antagonists
หัวข้อ ‘การรักษาโดยไม่ใช้ยา’ กล่าวถึงมาตรการอื่น ๆ เช่น การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยเน้นอาหารที่มีใยอาหารสูงและการเสริมใยอาหาร การแช่ก้นในน้ำอุ่น รวมถึงการใช้น้ำมันแร่
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การผ่าตัด’ การผ่าตัดยังคงเป็นมาตรฐานการรักษาหลัก (gold standard) สำหรับแผลปริขอบทวารหนักเรื้อรัง โดยหัวข้อนี้ยังกล่าวถึงวิธีการผ่าตัดต่าง ๆ สำหรับรักษาแผลปริขอบทวารหนัก ได้แก่ การใช้แผ่นเนื้อเยื่อเลื่อนมาปิดแผล (advancement flap), การตัดแผลปริขอบทวารหนักออก (fissurectomy) และการผ่าตัดกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักด้านในในแนวด้านข้าง (lateral internal sphincterotomy; LIS)
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘หลักการรักษา’ การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกับการรักษาด้วยยาเป็นแนวทางการรักษาเบื้องต้นสำหรับแผลปริขอบทวารหนัก โดยหัวข้อนี้ยังกล่าวถึงเป้าหมายของการรักษาด้วย
หัวข้อ ‘การรักษาด้วยยา’ กล่าวถึงรายละเอียดของยาที่ใช้เป็นการรักษาแนวทางแรกและแนวทางที่สอง ได้แก่ ยากลุ่ม calcium antagonists, nitrates, การฉีด botulinum toxin, ยากลุ่ม muscarinic agonists และยากลุ่ม adrenergic antagonists
หัวข้อ ‘การรักษาโดยไม่ใช้ยา’ กล่าวถึงมาตรการอื่น ๆ เช่น การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยเน้นอาหารที่มีใยอาหารสูงและการเสริมใยอาหาร การแช่ก้นในน้ำอุ่น รวมถึงการใช้น้ำมันแร่
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การผ่าตัด’ การผ่าตัดยังคงเป็นมาตรฐานการรักษาหลัก (gold standard) สำหรับแผลปริขอบทวารหนักเรื้อรัง โดยหัวข้อนี้ยังกล่าวถึงวิธีการผ่าตัดต่าง ๆ สำหรับรักษาแผลปริขอบทวารหนัก ได้แก่ การใช้แผ่นเนื้อเยื่อเลื่อนมาปิดแผล (advancement flap), การตัดแผลปริขอบทวารหนักออก (fissurectomy) และการผ่าตัดกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักด้านในในแนวด้านข้าง (lateral internal sphincterotomy; LIS)
