อาการแสดงทางคลินิก
สัญญานเตือนและอาการแสดง
ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดที่ตรวจพบด้วยกล้องจุลทรรศน์ (microscopic hematuria) หรือปัสสาวะเป็นเลือดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (gross hematuria) โดยไม่มีอาการปวด เป็นอาการสำคัญที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ทั้งนี้ ควรสังเกตว่า gross hematuria มีความสัมพันธ์กับระยะของโรคที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ microscopic hematuria
ผู้ป่วยอาจมีปัสสาวะบ่อยจากการระคายเคืองหรือความจุของกระเพาะปัสสาวะที่ลดลงได้เช่นกัน ควรสงสัย carcinoma in situ (CIS) ในผู้ป่วยที่มีอาการของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เช่น อาการระคายเคืองขณะถ่ายปัสสาวะ อาการอื่นที่ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ ได้แก่ ปัสสาวะแสบขัด และปวดปัสสาวะรีบเร่ง ส่วนการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection; UTI) พบได้น้อยกว่า
ในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งระยะลุกลามมากขึ้น อาจพบการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะส่วนต้น หรือมีอาการปวดได้
ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดที่ตรวจพบด้วยกล้องจุลทรรศน์ (microscopic hematuria) หรือปัสสาวะเป็นเลือดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (gross hematuria) โดยไม่มีอาการปวด เป็นอาการสำคัญที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ทั้งนี้ ควรสังเกตว่า gross hematuria มีความสัมพันธ์กับระยะของโรคที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ microscopic hematuria
ผู้ป่วยอาจมีปัสสาวะบ่อยจากการระคายเคืองหรือความจุของกระเพาะปัสสาวะที่ลดลงได้เช่นกัน ควรสงสัย carcinoma in situ (CIS) ในผู้ป่วยที่มีอาการของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เช่น อาการระคายเคืองขณะถ่ายปัสสาวะ อาการอื่นที่ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ ได้แก่ ปัสสาวะแสบขัด และปวดปัสสาวะรีบเร่ง ส่วนการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection; UTI) พบได้น้อยกว่า
ในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งระยะลุกลามมากขึ้น อาจพบการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะส่วนต้น หรือมีอาการปวดได้
การตรวจร่างกาย
ควรตรวจคลำแบบสองมือทางทวารหนักและทางช่องคลอด ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งลุกลามเฉพาะที่ อาจตรวจพบก้อนในอุ้งเชิงกรานที่สามารถคลำได้ เพื่อประเมินว่ามีก้อนที่สามารถคลำได้หรือไม่ หรือก้อนมะเร็งยึดติดกับผนังอุ้งเชิงกรานหรือไม่ ควรตรวจคลำแบบสองมือภายใต้การดมยาสลบ ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดโดยการส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะ (Transurethral resection of bladder tumor; TURBT)
การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดไม่ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (non-muscle invasive disease) สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้จากการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (cystoscopy) และการตรวจเซลล์ในปัสสาวะ (cytology) เมื่อสงสัยโรคแล้ว จำเป็นต้องตรวจทางภาพของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนต้น
CIS วินิจฉัยได้จากการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ การตรวจเซลล์ในปัสสาวะ และการตรวจทางจุลพยาธิวิทยาของชิ้นเนื้อจากกระเพาะปัสสาวะหลายตำแหน่งร่วมกัน
ควรประเมินผู้ป่วยว่ามีการแพร่กระจายของโรคไปยังบริเวณใกล้เคียงหรือไปยังตำแหน่งอื่นของร่างกายหรือไม่ โดยสามารถพิจารณาการตรวจต่าง ๆ ได้แก่
CIS วินิจฉัยได้จากการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ การตรวจเซลล์ในปัสสาวะ และการตรวจทางจุลพยาธิวิทยาของชิ้นเนื้อจากกระเพาะปัสสาวะหลายตำแหน่งร่วมกัน
ควรประเมินผู้ป่วยว่ามีการแพร่กระจายของโรคไปยังบริเวณใกล้เคียงหรือไปยังตำแหน่งอื่นของร่างกายหรือไม่ โดยสามารถพิจารณาการตรวจต่าง ๆ ได้แก่
- การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (cystoscopy)
- การเอกซเรย์ทรวงอก (chest radiograph) หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography; CT scan)
- การตรวจ bone scan ในผู้ป่วยที่มีอาการหรือมีระดับ alkaline phosphatase สูง
- การตรวจทางภาพของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนต้นด้วย CT scan หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging; MRI) ของช่องท้องและอุ้งเชิงกราน
