Molecular structure pattern

Bladder Cancer มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ Disease Background

Last updated: 12 December 2025

บทนำ

โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer) เป็นภาวะที่เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างควบคุมไม่ได้ภายในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีลักษณะกลวงและอยู่ในอุ้งเชิงกราน

ระบาดวิทยา

โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer) เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในระบบทางเดินปัสสาวะ และเป็นมะเร็งที่ได้รับการวินิจฉัยบ่อยเป็นอันดับที่ 10 ของโลก โดยเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 6 ในสหรัฐอเมริกา (US) อันดับที่ 11 ในสหราชอาณาจักร (UK) และอันดับที่ 14 ในเอเชีย นอกจากนี้ ยังเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 9 ในผู้ชายในมาเลเซีย และอันดับที่ 10 ในผู้ชายในสิงคโปร์

ชนิดทางพยาธิวิทยาที่พบมากที่สุดของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะคือ urothelial carcinoma (transitional cell carcinoma) ส่วนชนิดทางพยาธิวิทยาที่พบได้น้อยกว่า ได้แก่ squamous cell carcinoma และ adenocarcinoma

โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 3–4 เท่า โดยเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 7 ในผู้ชาย และอันดับที่ 17 ในผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงมักมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะที่ลุกลามมากกว่า และมีอัตราการรอดชีวิตต่ำกว่าผู้ชาย

พยาธิสรีรวิทยา

พยาธิกำเนิดของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงใน pathway เฉพาะที่ส่งผลให้เซลล์แบ่งตัวและเพิ่มจำนวนอย่างควบคุมไม่ได้ ปัจจุบัน มี 2 pathogenic pathways ที่ใช้อธิบายการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 2 ชนิด ได้แก่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดไม่ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (non-muscle invasive bladder cancer) และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (muscle-invasive bladder cancer)

สำหรับ pathogenic pathway ของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดไม่ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ โรคมีจุดเริ่มต้นจาก urothelium ที่มีการแบ่งตัวของเซลล์ช้า ซึ่งนำไปสู่การเกิด urothelial hyperplasia ต่อมา มะเร็งจะพัฒนาขึ้นเมื่อ urothelium ที่มี hyperplasia เริ่มเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะมะเร็ง Pathway นี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของยีนหลายชนิด ได้แก่ fibroblast growth factor receptor 3 (FGFR3) และ Harvey rat sarcoma viral oncogene (HRAS) โดยพบการกลายพันธุ์ของ FGFR3 ในก้อนมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิด papillary Ta ขณะที่การกลายพันธุ์ของ HRAS พบได้สูงถึง 30% ของผู้ป่วย

ส่วน pathogenic pathway ของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ มีจุดกำเนิดจาก carcinoma in situ (CIS), high-grade papillary lesions หรือ severe dysplasia ก้อนมะเร็งในกลุ่มนี้มักเกิดจากการยับยั้งการทำงานของ pathway ที่เกี่ยวข้องกับ TP53, RB1 หรือ PTEN

ปัจจัยเสี่ยง

การสูบบุหรี่ทั้งโดยตรงและจากควันบุหรี่มือสองเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากควันบุหรี่มีสาร aromatic amines และ polycyclic aromatic hydrocarbons ซึ่งถูกขับออกทางไต

การสัมผัสสาร aromatic amines, polycyclic aromatic hydrocarbons และ chlorinated hydrocarbons จากการประกอบอาชีพ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยส่วนใหญ่พบในผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสี สีย้อม โลหะ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงของโรค โดยอายุเฉลี่ยขณะได้รับการวินิจฉัยอยู่ที่ 73 ปี

การได้รับรังสีไอออไนซ์มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีระยะไกล (external-beam radiotherapy) การฝังแร่กัมมันตรังสี (brachytherapy) หรือการรักษาด้วยทั้ง 2 วิธีร่วมกัน มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น

การติดเชื้อพยาธิ Schistosoma ที่กระเพาะปัสสาวะ (bladder schistosomiasis) จาก Schistosoma haematobium มีความสัมพันธ์กับการเกิด squamous cell carcinoma ของกระเพาะปัสสาวะอย่างชัดเจน

ปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้มีแนวโน้มเกิดโรค มีส่วนต่ออุบัติการณ์ของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยส่งผลต่อความไวต่อปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีญาติสายเลือดลำดับที่ 1 และลำดับที่ 2 เป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสารก่อมะเร็ง (carcinogen-detoxification genes) ซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น N-acetyltransferase 2 (NAT2) และ glutathione S-transferase mu 1 (GSTM1) มีความสัมพันธ์กับความไวต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

Bladder Cancer_Disease BackgroundBladder Cancer_Disease Background

การจำแนกโรค

โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดไม่ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (non-muscle invasive bladder cancer) และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (muscle invasive bladder cancer) โดยจำแนกตามระดับการลุกลามของโรค รวมถึงลักษณะของเซลล์และคุณลักษณะในระดับโมเลกุล
  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดไม่ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (non-muscle invasive bladder cancer) เป็น urothelial carcinoma ที่จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณเยื่อบุผิว (mucosa) และชั้นใต้เยื่อบุผิว (submucosa) โดยยังไม่ลุกลามผ่านชั้น lamina propria
  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อ (muscle invasive bladder cancer) เป็นมะเร็งที่ลุกลามผ่านชั้น lamina propria และเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจลุกลามเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อด้านตื้นหรือชั้นกล้ามเนื้อด้านลึก และอาจลุกลามต่อไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบอื่น ๆ ได้